วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2558

อุตคริมมุสสธรรม ของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ตอน ขโมยตะเกียงลาน, เอาหมอนไปด้วยซิจ๊ะ

ขโมยตะเกียงลาน

วันหนึ่งในเวลากลางคืน ท่านจุดตะเกียงลานไว้ที่ปลายเท้า เห็นขโมยเอื้อมมือมาหยิบตะเกียงลาน แต่เอื้อมไม่ถึง คว้ามือหวิดไวอยู่ ท่านจึงเอาเท้าเขี่ยตะเกียงลานนั้นให้ขโมยหยิบเอาไปได้





เอาหมอนไปด้วยซิจ๊ะ
      คราวหนึ่งท่านไปเทศน์ในต่างจังหวัด โดยเรือกัญญาหลังคากระแชงประจำตำแหน่งของท่าน ได้เครื่องกัณฑ์เทศน์ใส่เรือมามาก มาพักแรมคืนกลางทาง มีพวกโจรพายเรือเข้ามาเทียบเรือท่าน หยิบเอาเสื่ออ่อนไป  ท่านตื่นขึ้นมาจึงร้องว่า “เอาหมอนอิงไปด้วยซีจ๊ะ” แล้วหยิบหมอนอิงส่งให้โจร  โจรตกใจพายเรือหนี ท่านก็โยนหมอนอิงให้ไป




      (โปรดติดตามตอนต่อไป)

อุตตริมนุสสธรรม ของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ตอน แจกของติดกัณฑ์เทศน์




แจกของติดกัณฑ์เทศน์*

สมเด็จได้รับนิมนต์ไปเทศน์ตามบ้านคหบดีเสมอ มักได้รับกัณฑ์เทศน์เป็นสิ่งของ ปัจจัยแปลกๆ มาเสมอ พอถึงวัดท่านก็แจกพระแจกเณรไปหมดไม่เหลือไว้เป็นสมบัติส่วนตัวเลย  สมบัติของท่านมีไตรจีวร ๓ ผืน มีบาตร มีเครื่องอัฐบริขารตามพระวินัยเท่านั้น สมเด็จจึงเป็นพระจน มีแต่ตัวจริงๆ แต่ชื่อเสียงสมเด็จดังมากในสมัยมีชีวิตอยู่ ดังต่อมาอีกนานนับแต่มรณภาพมาจนบัดนี้



(โปรดติดตามตอนต่อไป)




*การเขียนเล่าเรื่องสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) นี้ ไม่ได้วางโครงการไว้ก่อนว่าจะเขียนเรื่องอะไรก่อนหลัง เป็นการเขียนเอาตามสบาย คือจำเรื่องใดได้ก่อน นึกเรื่องใดได้ก่อน ก็จะเขียนเรื่องนั้นก่อน ไม่มีลำดับก่อนหลัง  และที่จริงก็ไม่ทราบว่าเรื่องใดเกิดขึ้นก่อน เกิดตอนท่านเป็นพระธรรมกิตติ หรือท่านเป็นพระเทพกวี หรือตอนท่านเป็นสมเด็จ  

วันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2558

อุตตริมนุสสธรรม ของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต ) ตอน มีพระเครื่องเป็นสมบัติ




มีพระเครื่องเป็นสมบัติ
สมบัติตกทอดของสมเด็จน่าจะมีแต่พระเครื่องที่ท่านสร้างไว้มากมาย ว่ากันว่าเฉพาะพระสมเด็จมีมากถึง ๘๔,๐๐๐ องค์ มีรูปทรงต่างๆ กัน เท่าที่ผู้รู้ได้บอกเล่าไว้ ว่ามีอยู่ถึง ๒๔ แบบ

แต่พระเครื่องที่ท่านสร้าง เป็นการสร้างไว้สืบพระศาสนาตามแบบโบราณแท้ คือใครได้พบพระของท่านในภายภาคหน้า จะได้เก็บไว้สักการบูชา เป็นการสืบอายุพระพุทธศาสนา ท่านสร้างแล้วแจกฟรีๆ แก่คนทุกคนไม่เลือกหน้า ไม่มีราคาเป็นค่าเงินเลยแม้แต่บาทเดียว ที่เหลือแจกใส่กระบุงไว้ในวิหาร

(โปรดติดตามตอนต่อไป)